โครงการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า

โครงการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า

(Technology Transfer and Development for Thai Industry Through Value Creation Engineering)

หลักการและเหตุผล

          การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและการพัฒนาอันไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยี นอกจากจะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว ยังผลักดันให้เกิดการแข่งขันในภาคการผลิตของประเทศต่างๆ ให้สูงขึ้นตามไปด้วย ความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต จึงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมจากการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  การพัฒนาเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ  มีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมไทย  เพราะเครื่องจักรอุปกรณ์เป็นหัวใจของการผลิตสามารถใช้แก้ปัญหาการผลิต ทดแทนแรงงานฝีมือที่นับวันจะขาดแคลนมากขึ้น หรือแม้แต่การลดต้นทุนการผลิต  นอกจากนี้ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยต้องนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศในมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นทุกปี ทำให้ประเทศไทยต้องขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง

          ดังนั้นเพื่อให้สามารถลดการนำเข้าเครื่องจักรอุปกรณ์ และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว อีกทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรไทยทางด้านเทคโนโลยี จึงควรมีการพัฒนาเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรอุปกรณ์ขึ้นได้เองในประเทศ ทั้งนี้ต้องตอบสนองความต้องการให้ของผู้ใช้เครื่องจักรทั้งในด้านคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตามการพัฒนาสร้างเครื่องจักรอุปกรณ์จะต้องใช้เงินลงทุนสูงและระยะเวลานานกว่าจะได้ผลสัมฤทธิ์ เพื่อเป็นการลดเวลาและลดต้นทุนในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรดังกล่าว จึงจำเป็นต้องใช้ยุทธศาสตร์ในการดูดซับเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่แฝงอยู่ในเครื่องจักรอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศมาสู่ประเทศไทยโดยผ่านทางบุคลากรไทย ด้วยกระบวนการศวกรรมย้อนรอยอย่างสร้างสรรค์ (Innovative Reverse Engineering) หรือกระบวนการวิศวกรรมก้าวกระโดด (Fast Forward Engineering) อันเป็นกระบวนการสร้างคุณค่าทางวิศวกรรมให้เกิดเป็นเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์และมีความเหมาะสมกับประเทศไทย หรือที่เรียกว่าวิศวกรรมเพื่อเพิ่มสร้างสรรค์คุณค่า (Value Creation Engineering) ที่เน้นการพัฒนาในด้านการออกแบบใหม่ให้เหมะสมกับประเทศ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ และจุดแข็งต่างๆของประเทศ  

          สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวจึงได้จัดทำกิจกรรมการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่อุตสาหกรรมไทยดัวยวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสร้างเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิตภายในประเทศตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยการผลิตด้วยกระบวนการเรียนรู้จากองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วอย่างเป็นระบบแล้วพัฒนาให้ดีกว่าเดิมทั้งในด้านคุณภาพและราคา การดำเนินงานในรูปแบบการบูรณาการระหว่างภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายของโครงการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนาสร้างเครื่องจักรอุปกรณ์ต้นแบบตามความต้องการของผู้ใช้และสอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์ของชาติโดยเครื่องจักรอุปกรณ์ที่พัฒนาได้นี้สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการผลิตสู่เชิงพาณิชย์หรือสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงสังคม ทำให้สามารถลดการนำเข้า พัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากรไทย และ พึ่งพาตนเองในการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถพัฒนาเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ ที่ทันสมัยจากต่างประเทศตามความต้องการของผู้ใช้ในประเทศ ด้วยคุณภาพ ราคาที่สามารถแข่งขันได้ด้วยกระบวนการทางวิศวกรรเพื่อสร้างสรรค์คุณค่า เช่น กระบวนการวิศวกรรมย้อนรอยเชิงสร้างสรรค์ กระบวนการวิศวกรรมก้าวกระโดด
  2. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาสร้างเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ อย่างถูกต้องและเป็นระบบให้แก่ผู้ประกอบการไทย ให้มีความสามารถทางเทคโนโลยีสูงขึ้นในการสร้างเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์
  3. เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีการลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยี

เป้าหมาย

          ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงเศรษฐกิจ/สังคม 

ขอบเขต

  1. ต้องเป็นการพัฒนาสร้างต้นแบบ เครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมและมีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์
  2. ต้องมีการลงทุนร่วมกันในการพัฒนาระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

คุณสมบัติของผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมดำเนินงาน

  1. จดทะเบียนนิติบุคคล เป็นบริษัทที่มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50%
  2. มีศักยภาพและความพร้อมที่จะดำเนินโครงการให้เสร็จตามแผน
  3. มีโอกาสที่จะนำผลผลิตจากโครงการไปใช้ประโยชน์แก่สังคมหรือไปขยายผลเชิงพาณิชย์

เงื่อนไขการสนับสนุน

  วงเงินสนับสนุนนสูงสุดไม่เกิน 50% ของงบประมาณโครงการทั้งหมด และสูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อโครงการ 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

ด้านเทคโนโลยี

  1. เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ ที่ต้องนำเข้าได้เองในประเทศ
  2. ลดปัญหาการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการซ่อมบำรุงเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
  3. มีโอกาสที่จะเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ขึ้นในประเทศ จากการใช้งานเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ ที่พัฒนาได้อาจต้องมีการปรับปรุง/ดัดแปลงหรือการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเกิดขึ้น
  4. สามารถใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหากระบวนการผลิตโดยการพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การพัฒนาเครื่องจักรเพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน

 

ด้านเศรษฐกิจ

  1. ลดต้นทุนการผลิตสินค้า เนื่องจากการใช้เครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ที่ผลิตได้ในประเทศที่มีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้(ถูกกว่านำเข้า)
  2. ลดการนำเข้าเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ รวมถึงอะไหล่ ชิ้นส่วน และการบริการจากต่างประเทศ นำไปสู่การประหยัดเงินตราต่างประเทศ
  3.  เพิ่มมูลค่าทรัพยากรของประเทศ จากการใช้วัสดุและบุคลากรในประเทศ
  4. เพิ่มการจ้างงานในการผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ รวมถึงอะไหล่ และการบริการ
  5. ประหยัดเงินตราและเวลาที่ต้องใช้ในการวิจัยพัฒนาขั้นต้น โดยการใช้วิธีการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยกระบวนการวิศวกรรมย้อนรอยเชิงสร้างสรรค์
  6. มีโอกาสนำเทคโนโลยีที่พัฒนาได้ไปผลิตผลผลิตที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

 

ด้านสังคม

  1. เกิดการบูรณาการการทำงานกันระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชนทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้เครื่องจักร
  2. นำไปสู่การสร้างงาน/สร้างอาชีพ ที่เกี่ยวข้องเช่น การสร้าง การซ่อมเครื่องจักร
  3. สังคมไทยได้ใช้สินค้าที่ดีมีราคาถูก
  4. ผลิตภาพรวมของประเทศสูงขึ้น กลายเป็นภาษีกลับคืนสู่สังคม

สามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาได้ไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสังคม

 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้การสนับสนุนโครงการ :

  1. ผู้รับการสนับสนุนจะต้องมีผู้ประกอบการผลิตเครื่องจักรเข้าร่วมดำเนินโครงการ และจะต้องร่วมกันพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบ
  2. ผู้ รับการสนับสนุนจะต้องจัดทำแบบพิมพ์เขียว (drawing) ของเครื่องจักร ที่สามารถนำไปสร้างเครื่องต้นแบบที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นสิทธิของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  สามารถนำแบบพิมพ์เขียวดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณะชนทั่วไปได้ ภายในเวลา 2  ปี นับแต่วันที่ต้นแบบแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์
  3. ผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมดำเนินโครงการจะต้องมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องต้นแบบจากต่างประเทศ และค่าวัสดุที่ใช้ในการสร้างเครื่องต้นแบบจากองค์ความรู้/แบบพิมพ์เขียวที่ ผู้รับการสนับสนุนได้จัดทำขึ้น  ทั้งนี้ เครื่องต้นแบบที่ได้จะเป็นสิทธิของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ
  4. การดำเนินกิจกรรมระหว่างช่วงเวลาการให้การสนับสนุน เช่น การประชุมคณะกรรมการฯ และ/หรือคณะทำงานฯ การจัดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการ และประชาสัมพันธ์ผลงาน/เครื่องจักร เมื่องานแล้วเสร็จ และ/หรือ การนำผลงาน/เครื่องจักรไปจัดแสดงตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี สั่งการ ฯลฯ  ผู้รับการสนับสนุนจะต้องให้ความร่วมมือ และเป็นผู้จัดเตรียมการ พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  5. ผู้รับการสนับสนุนต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดำเนินโครงการร่วมกับ หน่วยงานผู้บริหารจัดการโครงการฯ ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯว่าจ้าง  โดยการดำเนินการตามข้อเสนอโครงการที่ได้เสนอมาพร้อมหนังสือยืนยันตอบรับการ ร่วมดำเนินโครงการจากหน่วยงานของผู้เสนอโครงการ/ผู้รับการสนับสนุน
  6. ผู้รับการสนับสนุนต้องส่งรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ เป็นระยะ ๆ อย่างน้อยจำนวน 2 ครั้ง และรายงานฉบับสมบูรณ์ ที่ประกอบด้วย รายละเอียดสำหรับการผลิตและสร้างชิ้นงาน พร้อมผลการพัฒนาสร้างและทดสอบการใช้งานของเครื่องจักรต้นแบบตามคุณลักษณะที่ ได้กำหนดไว้ ในรูปแบบรายงาน จำนวน 5 ชุด แบบพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์จำนวน 2 ชุด และแผ่นบันทึกข้อมูล (CD-ROM) จำนวน 2ชุด ส่งมอบต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ  ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการติดตามผลการดำเนินงานโครงการให้แก่ผู้ให้การ สนับสนุน/กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ (เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ)

เอกสารประกอบการขอรับการสนับสนุน

เอกสารประกอบการขอรับการสนับสนุน ประกอบไปด้วย

1. หนังสือแสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการของผู้เข้าร่วมโครงการ (บริษัทเอกชน)
2. เอกสารยืนยันรับการสนับสนุนจาก สถาบันการศึกษา องค์กร หรือหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ
3. Proposal ของโครงการ